มกราคม 21, 2022

บ้านผลบอลวันนี้

ติดตามผลบอลสด ผลบอล ผลบอลสดภาษาไทยที่อัพเดทอย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทุกลีกทั่วโลก

เปิดรังแอนฟิลด์ ต้อน เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ทำให้ “ลิเวอร์พูล” ชนะรวด 5 เกม

1 min read
เปิดรังแอนฟิลด์

เปิดรังแอนฟิลด์ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน นำ หงส์แดง สร้างผลงานยอดเยี่ยม

เปิดรังแอนฟิลด์ ด้วยการเปิดรังแอนฟิลด์ต้อน เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ทำให้ “ลิเวอร์พูล” ชนะรวด 5 เกมต่อเนื่องกันในรอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป บี”เดอะ เร้ดส์” มีชื่อเสียงว่าจำต้องพบงานหนักเนื่องจากว่าจับฉลากอยู่ในกรุ๊ปที่ความตาย หรือ “กลุ่ม ออฟ เดธ” แต่ว่าเปลี่ยนเป็นว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มได้ชั่วร้ายเหนือคู่ ที่ได้โอกาส

เปิดรังแอนฟิลด์

แข่งขันในกรุ๊ปด้วยการเก็บชัยเรียบ

แน่ๆว่าผลงานที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มขณะนี้ทำให้บรรดาหน้าแข้ง “ลิเวอร์พูล” เต็มไปด้วยความฮึกเหิม แล้วก็พร้อมสุดกำลังสำคัญเกมพรีเมียร์ลีกที่จะเจอ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ในวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้

1. ติอาโก้ คนเดิมเริ่มกลับมาแล้ว

นับจากที่ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาเล่นกับ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง เมื่อปี 2020 ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังไม่อาจจะแงะฟอร์มเก่งเสมือนในตอนที่เล่นกับ “เสือใต้” ได้เลย

จะว่าไปแล้วเจ้าตัวจะต้องเจอกับกรรมหนักพอควรทั้งยังติดโควิด-19 และก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้ไม่ค่อยได้ได้โอกาสลงสู่สนามเพื่อปรับนิสัยให้กับเข้าเกมลูกหนังเมืองผู้ดีมากสักเท่าไรนัก

สำหรับในช่วงฤดูกาลนี้ ติอาโก้ ยังพบกับปัญหาเจ็บก่อกวนในตอนต้นฤดูกาล แม้กระนั้นภายหลังที่เขากลับมาฟิตบริบูรณ์ คล็อปป์ มอบโอกาสนักฟุตบอลได้ลงสู่สนามอย่างสม่ำเสมอ

และก็เจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยฟอร์มของ จอมบุกชาวสแปนิช เด่นเป็นอย่างมากทั้งยังการควบคุมจังหวะเกม รวมทั้งการจ่ายบอลงามๆ

ในแมตช์ชนะ ปอร์โต้, ติอาโก้ แทบได้แอสซิสต์จากการผ่านบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ แม้กระนั้นโชคร้ายที่วีเออาร์เช็คว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า กระนั้นเขาก็ยังได้รับรางวัลที่ความขยัน จากการยิงไกลสุดงามช่วยทำให้กลุ่มขึ้นนำ 1-0

ในเวลานี้มั่นใจว่าผู้ใดที่เป็นแฟนๆของ ติอาโก้ คงจะเริ่มแลเห็นฟอร์มเก่งของเขายุคที่เล่นให้ บาเยิร์น แล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นการจ่ายบอลเสร็จในเกมนี้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ และก็ถ้าเกิด คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้งานเขาอย่างสม่ำเสมอ งานนี้คงจะได้เห็นทีเด็ดของเจ้าตัวอีกมากมายแน่ๆ

2. แนวรับเล่นสะเปะสะปะไปหน่อย

อย่างที่เดากันไว้ คล็อปป์ เลือกใช้งาน โฌแอล มาติป จับคู่กองหลังตัวกลาง กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ เวลาที่ฟูลแบ็กตัวอย่างเช่น เนโก วิลเลี่ยมส์ แล้วก็ คอสตาส ซิมิคาส ซึ่งอีกทั้งสี่คนจำเป็นต้องกล่าวว่าเล่นไม่ค่อยดีเท่าไร

มีหลายจังหวะที่ มาติป กับ โกนาเต้ เล่นออกจะสเปะสะปะในเวลาที่ ปอร์โต้ เปิดเกมบุกเข้าใส่ ระหว่างที่ ซิมิคาส ไม่ค่อยสะดุดตาราวกับเกมที่ช่วยกลุ่มกระหน่ำ อาร์เซน่อล โดย จอมบุกชาวภาษากรีก เกือบจะไม่มีจังหวะได้เพิ่มเติมเกมรุก ตอนที่เกมรับก็เล่นหละหลวมไปหน่อย

เหมือนกันกับ วิลเลี่ยมส์ ไม่สามารถที่จะเพิ่มเกมบุกได้ราวกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่เกมรับของเขาก็จัดว่าสอบได้ ส่วนที่เด่นก็คือพละกำลังที่วิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด

สำหรับอีกผู้ที่บางทีอาจจะจะต้องมีติเตียนบ้างมันก็คือ อลิสซง เบ็คเกอร์ หากว่าเกมนี้จะไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากสักเท่าไรนัก เนื่องด้วยเกมรุกของ ปอร์โต้ ขาดความเฉียบคม

แต่ว่าการที่เขาเล่นบอลแบบมั่นอกมั่นใจเหลือเกินจนถึงทำให้ส่งพลาด รวมทั้งแทบเสียประตู นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งแมตช์นี้ “พ่อหมี” เป็นกัปตันกลุ่มด้วย

งานนี้ คล็อปป์ อาจจะเรียก อลีสซง มาติวเข้มเกี่ยวกับการเล่นที่แน่ๆ แล้วก็ไม่เป็นอันตราย ส่วนแผงแบ็กโฟร์ในเกมนี้ คาดว่าหลงเหลืออยู่เพียงแค่ มาติป ที่คงจะได้ลงไปในสนามในแมตช์เจอ เซาธ์แฮมป์ตัน วันเสาร์นี้

3. มอร์ตัน เด็กมันมีของ

สาวก “เดอะ ค็อป” อาจจะตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้มองเห็นเด็กจากอะคาเดมี่ “ลิเวอร์พูล” อย่าง ไทเลอร์ มอร์ตัน ได้ลงสู่สนามเกมลำดับที่สองต่อเนื่องกัน แถมแมตช์นี้เขาได้ช่องเป็นตัวจริงในเกมใหญ่อย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เล่นในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย

ผลงานของ มอร์ตัน จำต้องกล่าวว่าเด่นมากมายๆโดยนักฟุตบอลปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งของ ฟาบินโญ่ ได้อย่างยอดเยี่ยมเลิศเลอ ถึงแม้ว่าเขาจะอายุเพียงแค่ 19 ปีแม้กระนั้นสามารถสู้กับบรรดานักฟุตบอลเขี้ยวลากดินของ ปอร์โต้ ได้แบบไม่มีกริ่งเกรง

มอร์ตัน มีส่วนอย่างมากในจังหวะที่เปิดบอลยาวกระทั่งก่อให้เกิดประตูลำดับที่สองที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดแจงจ่ายบอลเข้าไปซุกตูดตาข่าย ช่วงเวลาเดียวกันเขายังเล่นเกมยอมรับได้ดี

โดยยิ่งไปกว่านั้นจังหวะที่ลงมาช่วยกลุ่มสกัดบอลในกรอบจุดโทษก่อนที่จะผู้เล่นกลุ่มเยี่ยมจะได้โอกาสทำประตู

จะต้องเห็นด้วยว่า มอร์ตัน ไม่ปลดปล่อยนาทีทองของเขาให้หลุดมือไป เมื่อเจ้าตัวสร้างผลงานดีมีคุณภาพ รวมทั้งงานนี้ คล็อปป์ คงจะไว้ใจให้เขาลงในสนามโดยตลอดในเกมลีก ส่วนพวกบอลถ้วยในประเทศ เจ้าหนูรายนี้คงจะได้เป็นตัวหลักมั่นใจ

4. บังโมกลับมาชั่วร้ายอีกที

ภายหลังที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มสะดุดยิงมิได้สามแมตช์ต่อเนื่องกันในทุกรายการ ในตอนนี้เขากลับมาเป็น “บังโม” คนเดิมอีกที ตั้งแต่เกมที่ช่วยกลุ่มตี อาร์เซน่อล จนกระทั่งมาถึงแมตช์สอยเอฟซี ปอร์โต้

ซาลาห์ ทำผลงานได้อย่างรุนแรงในช่วงฤดูกาลนี้โดยในพรีเมียร์ลีกเขาซัดไปแล้ว 11 ประตูจาก 12 เกม แต่ว่าถ้าเกิดรวมทุกรายการทำหมันนี้เจ้าตัวตะบันตาข่ายคู่ต่อสู้อย่างโหดเหี้ยมด้วยสถิติ 17 ประตูจาก 17 เกม

“คิง ออฟ อียิปต์” สามารถก่อให้เกิดปัญหาให้กับเกมรับของกลุ่มเยือนได้เมื่อใดก็ตามบอลอยู่ที่เท้าของเขา โดยจังหวะการจบสกอร์ 2-0 จำต้องบอกเลยว่าเขามีความถนัดยอดเยี่ยมอย่างมาก ถึงขั้นทำให้แนวรับปอร์โต้หัวทิ่มหัวตำ ก่อนที่จะซัดประตูอย่างงดงาม

สำหรับปัจจุบันนี้หัวหอกเบอร์ 1 ของ “ลิเวอร์พูล” คงจะหนีไม่พ้น ซาลาห์ แต่ ซาดิโอ มาเน่ ก็เล่นด้วยฟอร์มเร่าร้อนเช่นเดียวกัน โชคร้ายที่ประตูในครึ่งแรกของเขาดันโดนวีเออาร์จับว่าเป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน

แม้กระนั้นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ คล็อปป์ รวมทั้งสาวก “เดอะ ค็อป” ก็คือเกมนี้ ซาลาห์ แล้วก็ มาเน่ ติดต่อประสานงานกันได้ดี แถมไม่มีปัญหาเจ็บด้วย ส่วน ทาคุมิ มินามิโนะ ก็เล่นได้ตามมาตรฐาน

5. รักษาโมเมนตัมที่ความมีชัยเอาไว้โดยตลอด

สิ่งจำเป็นสำหรับการที่จะประสบผลสำเร็จมันก็คือความสม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้ในขณะนี้ คล็อปป์ จะต้องกระตุ้นพวกพ้อง “ลิเวอร์พูล” ให้รักษามาตรฐานที่สุดยอดถัดไป ไม่ว่าใครถูกส่งลงสู่สนามจะต้องสามารถเล่นได้ตามระบบที่วางเอาไว้

ภายหลังที่สะดุดแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในตอนนี้ “ลิเวอร์พูล” เริ่มกลับมาสู่ฟอร์มโหดเหี้ยมอีกรอบ โดยยิ่งไปกว่านั้นการทำประตูที่พวกเขาสวมบท “เร้ด แมชีน” เดินหน้าไล่กระหน่ำคู่ต่อสู้แบบไม่เกรงใจ

ปัจจุบันนี้ฟอร์มของกลุ่มกลับมาเข้าฝักอีกที คล็อปป์ จำเป็นต้องเพียรพยายามรักษาโมเมนตัมอย่างนี้เอาไว้ให้ได้ โดยในเกมดวล เซาธ์แฮมป์ตัน ตอนอาทิตย์นี้ พวกเขาต้องเก็บสามคะแนนให้ได้ เพื่อทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีความเข้มข้นเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก ในเวลานี้ “ลิเวอร์พูล” เก็บชัยในรอบแบ่งกลุ่ม 5 เกมรวด เพราะฉะนั้นในเกมท้ายที่สุดเยี่ยม เอซี มิลาน ที่ซาน ซีโร่ ถ้าหากพวกเขาเอาชนะได้ จะแปลงเป็นสมาคมแรกในพรีเมียร์ลีก ที่ชนะรวม 6 แมตช์ในรอบแบ่งกลุ่มถ้วย “บิ๊กเอียร์” อย่างยิ่งจริงๆ

เปิดรังแอนฟิลด์

หงส์แดง 2-0 เอฟซี ปอร์โต้: เก็บตกหลักสำคัญร้อนข้างหลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล เปิดบ้านย้ำชัย

1. ประตูเปิดหัวสำคัญเป็นอย่างมาก

เกมนี้จะต้องเห็นด้วยว่า เอฟซี ปอร์โต้ มาสู้ก้าวหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งเวลาแรกยาวมาจนกระทั่งต้นช่วงหลัง โดยพวกเขาสามารถบุกบีบคั้นเจ้าของบ้านได้มากพอสมควรแถมยังพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายได้หลายครั้ง

จนกระทั่งกระอีกทั้งนาทีที่ 52 ติอาโก้ อัลคันทารา ที่วันนี้เล่นได้เด่น จัดแจงยิงไกลสุดงามบอลพุ่งทิ่มมุมเป็นทางออกนำให้ ลิเวอร์พูล ซึ่งโน่นเป็นการปลดล็อคให้พวกเขาเล่นได้บรรเทามากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจนจนถึงสามารถกลับมาครอบครองเกมแล้วคว้าชัยมาครอบครองได้เสร็จ

2. คล็อปป์ สลับตัวได้ถูกจุด

อย่างที่บอกไปว่าภายหลังโดนกลุ่มเยี่ยมบุกมานวดอยู่พักใหญ่ ท้ายที่สุดช่วงหลัง เยอร์เก้น คล็อปป์ ตกลงใจสลับตัว ติอาโก้ ผู้ที่ทำประตูและก็ คอสตาส ซิมิคาส ออกกับส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมทั้ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ลงมา ทำให้เกมของ หงส์แดง ไหลลื่นรวมทั้งตลอดขึ้นอย่างชัดเจน แถมการส่ง โอริกี้ ที่กำลังมั่นอกมั่นใจก็สามารถบีบคั้นแนวรับ ปอร์โต้ ได้ดิบได้ดี

นอกเหนือจากนั้น เจมมส์ มิลเนอร์ ที่ถูกส่งลงมาช่วงท้ายก็เพื่อล้างใบเหลืองแบบชัดแจ้งอาศัยประโชยน์ในเกมนัดหมายท้ายที่สุดที่ไม่เป็นผลได้เสียกับตำแหน่งหัวหน้าฝูงของพวกเขาไปแบบเหนาะๆเพราะเหตุว่าฉนั้นจะพูดได้ว่าทุกการขยับเปลี่ยนแปลงตัวในเกมวันนี้ล้วนมีความนัยยะสำคัญต่อกลุ่มทั้งมวลก็ว่าได้

3. มอร์ตัน เปิดฉากงาม

นัดหมายนี้ คล็อปป์ จัดแจงส่งมิดฟิลด์วัย 19 ปีอย่าง ไทเลอร์ มอร์ตัน ที่ได้เปิดฉากสนามกับกลุ่มชุดใหญ่ในเกมลีกฐานะผู้เล่นสำรองไปเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้เป็นตัวจริงในเกมวันนี้ ซึ่งในตอนแรกยังมีส่วนกับกลุ่มค่อนข้างจะน้อย แม้กระนั้นภายหลังเริ่มปรับจังหวะได้ดูราวกับว่าหน้าที่ของเจ้าตัวจะเด่นไปทางเกมรับ

ซึ่งสามารถยืนตำแหน่งแล้วก็ตัดบอลก้าวหน้า แถมยังมองเห็นแววว่ามีทีเด็ดจากการวางบอลยาวในแนวลึกอีกด้วย น่าดึงดูดว่าเด็กหนุ่มรายนี้ที่สุดแล้วจะไปได้ไกลแค่ไหนบนทางที่มีการแข่งขันกันรุนแรงแบบนี้

4. สามกลุ่มยังจำเป็นต้องลุ้นถึงวินาทีท้ายที่สุด

นอกจาก หงส์แดง ที่ลอยลำเป็นผู้นำฝูงเข้ารอบ 16 กลุ่มในที่สุดแน่ๆจากผลงานการชนะรวด 5 นัดหมาย อีก 3 กลุ่มอย่าง เอฟซี ปอร์โต้ ที่มี 5 คะแนน แอตเลติโก มาดริด และก็ เอซี มิลาน ที่มี 4 คะแนนยังคงจะต้องไปลุ้นกันถึงเกมท้ายที่สุด โดย ปอร์โต้ จะตัดกับ ยี่ห้อหมี โดยตรง ส่วน ซาตานแดงดำ จำเป็นจะต้องเจอกับ ลิเวอร์พูล

ที่ซื้อตั๋วเข้ารอบไปแล้ว แน่ๆว่าอีกทั้งสามกลุ่มที่เหลือจะต้องสู้จำพวกมอบให้หัวจนถึงยากจะคาดการณ์ว่าที่สุดแล้วใครกันแน่จะจบในชั้นใดข้างหลังเตะครบ 6 นัดหมายตามโปรแกรมในรอบแบ่งกลุ่มฤดูนี้

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.