มิถุนายน 13, 2021

บ้านผลบอลวันนี้

ติดตามผลบอลสด ผลบอล ผลบอลสดภาษาไทยที่อัพเดทอย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทุกลีกทั่วโลก

10หลักสำคัญ ของเลสเตอร์ สมัย ร็อดเจอร์ส หลังครบฮันนีมูน 100 นัดแรก

1 min read
10หลักสำคัญ

10หลักสำคัญ เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วทันใจจริงๆ ด้วยเหตุว่าในเวลานี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลของเลสเตอร์ซิตี้ ครบ 100นัด

10หลักสำคัญ เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วทันใจจริงๆด้วยเหตุว่าในเวลานี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลของ เลสเตอร์ซิตี้ ครบ 100 นัดหมายจากการลงเล่นในทุกรายการแล้ว โดยเกมที่ 100 ของเขาก็คือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศที่พาทีมทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมานั่นเอง

ดังนี้ ในช่วงเวลาที่ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจลา เซลติก เพื่อมาคุมเลสเตอร์ เมื่อตอนก.พ. ปี 2019 นั้น มันมีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่แสดงความกังขาว่ามันเป็นการตกลงใจที่สมควรไหม เนื่องจากในตอนนั้นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเห็นว่าเขาคงจะอยู่คุม เซลติก ไปจนถึงจบฤดู 2018-19 ก่อน

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็เปิดประเด็นว่าเขาเป็นผู้ที่จะพาเลสเตอร์ กลับมาจากภาวะอันน่าผิดหวังในยุคของ โคล้ด ปูแอล ได้รึเปล่า เนื่องจากว่าภาพที่ร็อดเจอร์ส จบกับ ลิเวอร์พูล ไม่สวยมากแค่ไหนยังตรึงตราอยู่ในใจของคนไม่ใช่น้อย อย่างไรก็แล้วแต่ จนกระทั่งในขณะนี้มันก็อาจไม่ผิดหากจะพูดว่า ร็อดเจอร์ส สอบได้ฉลุยกับการควบคุม เลสเตอร์100 นัดแรก

ซึ่งในเวลานั้นมันมีหลายข้อความสำคัญเกี่ยวกับ เลสเตอร์ของร็อดเจอร์ส ที่น่าดึงดูดมากมายๆจนกระทั่งน่าเอ่ยถึงกันด้วย แนวทางการขายที่สุดยอด การจัดการทีมของ คิง เพาเวอร์ กลุ่มทุนจากไทยที่เป็นเจ้าของกลุ่ม เลสเตอร์นับว่าได้รับ คำยกย่องจากหลายข้างตลอดตอนก่อนหน้าที่ผ่านมา

โดยมันมีส่วนทำให้เลสเตอร์ เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มหัวแถวของตารางคะแนนแบบตลอดได้ แถมถึงขนาดเคยได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ในช่วงฤดูกาล 2015-16 ด้วย หนึ่งในสิ่งที่ เลสเตอร์ทำเป็นดี ภายใต้การจัดการทีมจากกลุ่มทุนจากไทยเป็นวิธีขายนักฟุตบอลได้ด้วยเงินโต พวกเขาทำเป็นดีตั้งแต่ก่อนที่จะร็อดเจอร์ส จะเข้ามาคุมทีมแล้ว

ดังเช่นการที่ปล่อย ริยาด มาห์เรซ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตอบแทน 60 ล้านปอนด์ เมื่อตอนซัมเมอร์ ปี 2018 เป็นต้น ดังนี้ ในตอนที่ร็อดเจอร์ส เป็นที่ปรึกษาของทีมนั้น เลสเตอร์ก็ยังดำเนินงานด้านวิธีขายนักฟุตบอลจำนวนมากเจริญ โดยเฉพาะแนวทางการขาย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

10หลักสำคัญ ด้วยค่าจ้างสูงเป็นสถิติโลกสำหรับแนวรับที่ปริมาณ 80 ล้านปอนด์ และก็การปลดปล่อย เบน ชิลเวลล์ ให้กับ เชลซี ด้วยค่าตอบแทนที่เช้าใจกันว่าอยู่ที่ 45 ล้านปอนด์ โดยหากแม้จะเสียหน้าแข้งพวกนั้นแม้กระนั้น เลสเตอร์ขอ ร็อดเจอร์ส ก็ไม่ได้มีภาวะเลวร้ายลงอย่างมากเลย แถมยังสามารถเอาเงินที่ได้ไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีก

การซื้อระดับ 5 ดาว บางคราวนักฟุตบอลที่มีชื่อดังสุดยอดก็ไม่ได้เป็นการเสริมกองทัพที่ดี สิ่งที่วินิจฉัยว่าเป็นการซื้อที่สุดยอดจริงๆเป็นเรื่องที่ว่านักฟุตบอลพวกนั้นสามารถช่วยกลุ่มได้อย่างดีเยี่ยมภายหลังที่เข้ามาอยู่กับทีมแล้วต่างหาก ถึงแม้ว่าจะจะเป็นการชำระเงินไปเพียงแต่นิดหนึ่ง แต่ว่าหากพวกเขาเหล่านั้นพาทีมล้ำหน้าได้มันก็จัดว่าพวกเขาเป็นการเสริมกองทัพที่คุ้มระดับ 5 ดาว

ดังนี้เลสเตอร์ สมัยของร็อดเจอร์ส ก็มีการเสริมกองทัพที่อยู่ในข่ายอย่างงั้นเหมือนกัน ดังเช่นว่าการได้ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า มาร่วมทัพด้วยค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะเดี๋ยวนี้ลำแข้งวัย 20 ปีจะเป็นเลิศในแนวรับที่ทำผลงานได้สะดุดตาที่สุดคนหนึ่งของ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดู 2020-21,

ยูริ ตีเลมันส์ ที่ย้ายมาอยู่กับกลุ่มแบบถาวรด้วยค่าตอบแทน 40 ล้านปอนด์ในตอนกรกฎาคม ปี 2019 ภายหลังทีแรกๆมาเล่นแบบยืมตัวในสมัยของ ปูแอล แต่ทำผลงานได้น่าประทับใจในแท็กติกของ ร็อดพบร์ส หรือ เจมส์ จัสติน ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเกินราคา 6 ล้านปอนด์ ก่อนจะมาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก บ้านบอล

10หลักสำคัญ ตอนขาลงในตอนกลับมาเตะใหม่ ฤดูก่อนเลสเตอร์ ทำผลงานได้ดีเยี่ยมที่สุดอย่างสม่ำเสมอกระทั่งคนมีความรู้สึกว่าพวกเขาคงจะจบฤดูด้วยการต่อว่าด 4 ขั้นแรกของตารางคะแนน กับคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ได้ใช่ทุกๆอย่างกำลังเดินทางไปได้สวยพอใช้กระทั่งลีกถูกสั่งพักการแข่งขันชิงชัยจากปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

10หลักสำคัญ

เกมที่100 ของเขาก็คือเกมเอฟเอคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศที่พาทีมทุบแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด3-1 

10หลักสำคัญ ภายหลังที่พรีเมียร์ลีก กลับมาเตะกันในตอนเดือนมิถุนายนในชื่อ “โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท” แล้วนั้น โมเมนตัมของเลสเตอร์ ก็หายไปเกือบหมด พวกเขาชนะในลีกได้เพียงแค่ 2 เกมจาก 9 นัดหมายในตอนที่ลีกกลับมาเตะกัน

รวมทั้งแพ้ไปถึง 4 หน ทำให้สุดท้ายแล้ว เลสเตอร์จบฤดูด้วยการเป็นเพียงแต่ที่ 5 ของตารางคะแนน ทั้งที่ก่อนถึง 2 เกมในที่สุดของฤดูกาลพวกเขายังอยู่ในท็อปโฟร์อยู่เลย

แม้กระนั้น เรื่องดังกล่าวก็นับว่าเป็นประสบการณ์ชั้นเลิศที่ทำให้ร็อดเจอร์ส กับกลุ่มของเขามีความเอาจริงเอาจังมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะไม่ซ้ำรอยเดิม

การวางเป้าหมายล่วงหน้าเมื่อหมดยุค วาร์ดี้ ไม่มีผู้ใดกล้าไม่ยอมรับว่า เจมี่ วาร์ดี้ เป็นหนึ่งในแนวรุกที่เก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ในเดี๋ยวนี้ เนื่องจากว่าเขายังสามารถทำคะแนนได้อย่างสม่ำเสมอในขณะที่มีอายุ 34 ปีเข้าไปแล้ว รวมทั้งยังไม่มีท่าว่าจะหยุดอยู่เท่านี้ด้วย แม้กระนั้น หลายคนก็มักจะกำหนดประเด็นกันว่าเลสเตอร์ จะมีภาวะแบบไหนเมื่อไม่มี วาร์ดี้ คอยช่วยกลุ่มอีกต่อไป ซึ่งบางบุคคลมีความรู้สึกว่าเลสเตอร์ จะไม่โหดเหมือนเก่าด้วย

แต่กระนั้น ถ้าหากวัดจากฟอร์มของ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ในตอนก่อนหน้าที่ผ่านมาแล้วนั้นมันก็บางทีอาจจะเป็นได้ว่าร็อดเจอร์ส คิดแผนให้สมัยก่อนลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทายาทล่วงหน้าของ วาร์ดี้ โดยเขาทำเป็นถึง 7 ประตูจาก 4 นัดหมายหลังสุดที่เจ้าตัวได้ลงเล่น และก็หนึ่งในนั้นเป็นแฮตทริกที่เกิดขึ้นในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วย โดยต่อจากนี้หน้าแข้งวัย 24 ปี ยังมีในตอนที่จะทำความเข้าใจจาก วาร์ดี้ ได้อีกพักหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้วเขาก็จะเป็นผู้แทนของ วาร์ดี้ ได้เลย

การเล่นที่น่าระทึกใจ ไม่ว่าร็อดเจอร์ส จะไปคุมกลุ่มไหนนั้น เขาก็ชอบทำให้กลุ่มของเขาเล่นเกมรุกได้น่าตื่นตาตื่นใจอยู่เป็นประจำ แล้วก็เลสเตอร์ ของเขาก็เป็นอย่างงั้นเช่นเดียวกัน โดยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้พวกเขายิงในลีกไปแล้ว 53 ลูก ซึ่งมีเพียงแต่ 2 กลุ่มจาก แมนเชสเตอร์ ที่ยิงได้มากกว่าพวกเขา (แมนฯ ซิตี้ ทำไป 64 ลูก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงไป 56 ประตู)

ยิ่งกว่านั้น เลสเตอร์ของร็อดเจอร์ส ยังเป็นกลุ่มเดียวซึ่งสามารถทำแต้มใส่ทีมของผู้จัดการทีมระดับ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ได้ถึงหลัก 5 ลูกด้วย โดยเกิดขึ้นในเกมที่ เลสเตอร์ชนะ แมนฯ ซิตี้ 5-2 เมื่อช่วงเดือนกันยายน ก่อนหน้าที่ผ่านมานั่นเอง รีดศักยภาพที่ดีที่สุดจากสมาชิกได้

นอกเหนือจากที่จะเอานักฟุตบอลฝีเท้าดีจากกลุ่มอื่นเข้ามาแล้วนั้น ร็อดเจอร์สยังคงใช้งานทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มความสามารถเช่นเดียวกัน แบบอย่างที่ชัดแจ้งที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่ถึงขนาดเคยติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว ข้างหลังทำไป 13 ประตูกับ 4 แอสซิสต์

ช่วงเวลาที่ เจมส์ แมดดิสัน ก็พัฒนาฝีเท้าได้อย่างดีเยี่ยมในยุคของ ร็อดเจอ์ส จนถึงทำให้เขาเป็นที่กลัวของแนวรับคู่แข่งขัน ส่วนนักฟุตบอลอย่าง วิลฟรีด เอ็นดิดี้ กับ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก็ยังทำผลงานได้ในระดับที่น่าพึงพอใจเช้นกัน ม้านอกสายตา ถึงแม้ฤดูกาลก่อนเลสเตอร์ จะจบฤดูกาลด้วยการเป็นชั้น 5 ของตารางคะแนน

แต่ว่าฤดูกาลนี้พวกเขาก็ไม่ใช่กลุ่มที่ได้รับความพอใจจากสื่อในรูปภาพรวมมากแค่ไหนนัก แต่กระนั้น มันก็แปลงเป็นผลในด้านที่ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากมันทำให้พวกเขาเล่นกันแบบไม่มีแรงกดดันได้ ดังนี้ร็อดเจอร์ส เองก็นับว่ามีส่วนที่ทำให้กลุ่มของตนเองไม่กลายเป็นเป้าสายตาเยอะแค่ไหน เพราะว่าเขาชอบให่สัมภาษณ์ในเชิงที่พูดว่ากลุ่มของเขาไม่ได้ได้โอกาสดีที่กำลังจะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอบครองเลย ถึงแม้ตอนหนึ่งพวกเขาจะมองได้โอกาสเป็นม้ามืดสำหรับเพื่อการล่าแชมป์ก็ตาม

รับมือกับอาการบาดเจ็บได้ดี การที่นักฟุตบอลด้านในกลุ่มจะโดนการบาดเจ็บทำร้ายมันนับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกครั้งมทั่วโลก สิ่งที่จำเป็นก็คือแต่ละทีมจะจัดการก้าวหน้ามากแค่ไหนเมื่อลำแข้งด้านในกลุ่มถูกโรคเดี้ยงทำร้าย ซึ่งบางเวลามก็รับมือได้ไม่ดีเยอะแค่ไหน เป็นต้นว่า ลิเวอร์พูล ที่ฤดูกาลนี้ฟอร์มตกไปเลยภายหลังจากหน้าแข้งตัวหลักผู้คนจำนวนมากมีลักษณะอาการเจ็บ ทั้งๆที่พวกเขามีขั้นเป็นแชมป์เก่าของ พรีเมียร์ลีก

ตรงกันข้าม หากว่าฤดูกาลนี้ แมดดิสัน, บาร์นส์, จัสติน แล้วก็ แด็นนิส ปราต จะโดนการบาดเจ็บทำร้าย แม้กระนั้นร็อดเจอร์ส ก็ยังพาทีมทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ผ่านทางการใช้แบ็กอัเพียงพอปิ้ง ลุค โธมัส, ทิโมธี กาสตานเย่ และก็ มาร์ค อัลไบรท์ตัน จนถึงเปลี่ยนเป็นการลบคำดูถูกของบางบุคคลที่คิดว่าหน้าแข้งกลุ่มนี้ไม่น่าจะช่วยประคับประคองกลุ่มได้

การได้กลับไปเล่นถ้วยยุโรป ภายหลังไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาล 2016-17 ได้แล้วนั้นเลสเตอร์ ก็ไม่ได้สิทธิ์เล่นเกมถ้วยยุโรปอีกถึง 3 ฤดูต่อเนื่องกัน จนถึงทำให้คนไม่ใช่น้อยเห็นว่าพวกเขาบางครั้งอาจจะไม่มีจังหวะอย่างนั้นอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่ร็อดเจอร์ส พาทีมได้อันดับ 5 ของลีกเมื่อฤดูก่อนมันก็ทำให้ฤดูกาลนี้ เลสเตอร์ได้กลับสู่เวทียุโรปอีกที เพียงแค่เป็นในถ้วยเล็กอย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และก็ถึงเลสเตอร์ จะไม่เข้ารอบ 32 กลุ่มท้ายที่สุดไปแล้ว แม้กระนั้นความหมดหวังก็คงจะหายไปอย่างเร็วถ้าหากว่าฤดูกาลนี้พวกเขาติดท็อปโฟร์จนได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลหน้า

ลุ้นการบรรลุผล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูไกลถึงระดับการได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบเมื่อปี 2016 อีกทีหรอก ก่อนหน้าที่ผ่านมาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยดูด้วยว่า เลสเตอร์คงจะจะต้องใช้เวลานานกว่าที่กำลังจะได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์รายการใดรายการหนึ่งอีกสักหนึ่งครั้ง

อย่างไรก็แล้วแต่ ฤดูกาลที่แล้ว ร็อดเจอร์สก็จุดประกายความคาดหมายให้กับสาวกเลสเตอร์ ได้ ข้างหลังพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการ คาราบาว คัพ ส่วนฤดูกาลนี้ก็พาทีมมาไกลถึงรอบตัดเชือกของ เอฟเอ คัพ แล้วก็หากว่าไม่มีอะไรบกพร่องพวกเขาก็คงจะเข้าไปถึงรอบชิงแชมป์ได้ด้วย เพราะเหตุว่าคู่ต่อสู้ที่ขัดขวางอยู่เป็น เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ถ้าหากว่ากันตามจริงแล้วฟอร์มโดยรวมห่วยแตกกว่าพวกเขาเยอะแยะ

10หลักสำคัญ แม้กระทั่งในนัดหมายชิงดำต้องพบกับผู้ชนะระหว่างแมนฯซิตี้ กับเชลซี แม้กระนั้นโลกฟุตบอลมันไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว และร็อดเจอร์ส ก็บางครั้งอาจจะพาทีมได้แชมป์เอฟเอคัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรก็ได้ ราคาแบบเทพ

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.